Blog

เราพบกันบนเส้นทางที่ทำให้รู้ว่า… เราไม่เคยจะเข้าใจกัน

…แกไม่เคยส่องกระจกมาเลยและนี่คือครั้งแรกที่ได้เผชิญกับสภาพน่าเวทนาของตัวเองเพราะที่ผ่านมาได้เก็บกั้นมันไว้ตลอดชีวิต…เมื่อมันมาอยู่ตรงหน้าความรู้สึกที่ถูกกดทับไว้ได้พังทลายลง เป็นหยาดน้ำตาที่ไม่อาจปิดอำพรางไว้ได้อีก …

มลายู (อิสลาม)บนดอย : ตอนที่ 1

ค่ำคืนนั้น กลับที่พัก ผมคิดอย่างหนักว่าเราจะแนะนำตัวเอง พร้อมกับบอกว่าเราเป็นอิสลาม เราเป็นมุสลิม เราทำอะไรได้ เราทำอะไรไม่ได้ เราทานอันนั้นอันนี้ไม่ได้ เราจะสื่อสารกับชาวบ้านอย่างไรดีนะ ว่าสิ่งเหล่านี้เราทำ และทานไม่ได้ สื่อสารอย่างไรให้ชาวบ้านเข้าใจ ไม่ให้รู้สึกว่าเราเรื่องมาก และเหยียดอาหารการกินของเขา และก็พลันคิดว่าเราจะอยู่จนครบ 7 เดือนไหมนี่?

ก้าวแรกสู่เส้นทางพื้นที่ปฏิบัติงานภาคสนาม

การเดินทางของฉันดำเนินต่อไปจนถึงสถานีขนส่งแพร่ ก็พบกับแม่ที่เป็นธุระมารับที่ขนส่ง (ถึงจังหวัดแพร่ ประมาณ 18.00 น.) ขณะที่นั่งรถไปหมู่บ้านก็ได้พูดคุยกับแม่เรื่องเกี่ยวกับกรณีโรงไฟฟ้าชีวมวล แม่บอกว่าคนในชุมชนมีการตื่นตัวเมื่อรับรู้ข่าว เราไม่ต้องถามอะไรมากแค่ถามว่าหากโรงไฟฟ้าชีวมวลมาสร้างจะเอาน้ำที่ไหนมาอุปโภคและบริโภค แค่นี้คนในชุมชนก็รู้แล้วว่าหากไม่มีน้ำในการอุปโภคและบริโภคจะส่งผลกระทบกับตัวเองมากน้อยแค่ไหน

การเรียนรู้ภาคสนามได้เริ่มขึ้น

เวลา 6 โมงตรง แม่ก็พาเดินออกมารอตักบาตรบริเวณทางเข้าวัด พอมาถึงแม่ก็จับไม้กวาดทางมะพร้าวไปกวาดถนนทางเข้าวัดที่พระจะเดินผ่าน เราเห็นแบบนั้นก็คว้าไม้กวาดทำตาม สักพักคนก็เริ่มทยอยกันเดินมารอตักบาตร ต่างคนต่างหิ้วตะกร้าที่มีขันในข้าวสวยและถ้วยใส่แกง ซึ่งคนที่มาตักบาตรก็จะมีตั้งแต่รุ่นแม่ๆ พ่อๆ เยอะๆที่สุดก็จะเป็นยายๆ พอชาวบ้านเจอเราก็ทำหน้าสงสัย แม่แก้วก็ได้แนะนำเราให้ชาวบ้านได้รู้จัก แต่ก็ยังมีบางคนที่เข้ามาถามว่าเราเป็นลูกสะใภ้ใครเนื่องจากตอนนั้นอุ้มหลายตัวเล็กอยู่ เราจึงได้อธิบายให้ฟังว่าเราเป็นนักศึกษาที่มาศึกษาชุมชนที่นี่ มาเป็นบัณฑิตอาสาสมัครในโครงการภูมิชุมชน รวมถึงมาขอเป็นลูกเป็นหลานของคนที่นี่ 7 เดือน

กาลครั้งหนึ่งบัณฑิตเจอดี-พื้นที่สีแดง

ตอนจบของเรื่องนี้บัณฑิตก็สามารถใช้ชีวิตครบ 7 เดือน โดยการค่อยๆเรียนรู้ร่วมกับชาวบ้าน บัณฑิตไม่ใช่เพียงแค่เป็น “บัณฑิตอาสา” ในนิยามของผู้จบการศึกษามาสั่งสอนหรือมาช่วยเหลืออะไรแก่ชาวบ้านในชุมชน

วันแรกเมื่อลงพื้นที่ภาคสนาม

วันที่ 11 พ.ย 61 เป็นวันที่ท้าทายอีกครั้งในชีวิตเป็นครั้งแรกของหลายๆ อย่าง ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกด้วยตัวคนเดียว โดยมีพี่ชาย (วัย 37 ) คอยแนะนำไม่ห่าง เป็นอะไรที่ไม่เคยมาก่อนและเป็นความท้าทายที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ในการหาประสบการณ์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ตามหาในสิ่งที่คิดว่ายังไม่พบ หาในสิ่งที่ไม่มีวางขาย

1 2 3 4 5