nobodyknows

เราพบกันบนเส้นทางที่ทำให้รู้ว่า… เราไม่เคยจะเข้าใจกัน

…แกไม่เคยส่องกระจกมาเลยและนี่คือครั้งแรกที่ได้เผชิญกับสภาพน่าเวทนาของตัวเองเพราะที่ผ่านมาได้เก็บกั้นมันไว้ตลอดชีวิต…เมื่อมันมาอยู่ตรงหน้าความรู้สึกที่ถูกกดทับไว้ได้พังทลายลง เป็นหยาดน้ำตาที่ไม่อาจปิดอำพรางไว้ได้อีก …

มลายู (อิสลาม)บนดอย : ตอนที่ 1

ค่ำคืนนั้น กลับที่พัก ผมคิดอย่างหนักว่าเราจะแนะนำตัวเอง พร้อมกับบอกว่าเราเป็นอิสลาม เราเป็นมุสลิม เราทำอะไรได้ เราทำอะไรไม่ได้ เราทานอันนั้นอันนี้ไม่ได้ เราจะสื่อสารกับชาวบ้านอย่างไรดีนะ ว่าสิ่งเหล่านี้เราทำ และทานไม่ได้ สื่อสารอย่างไรให้ชาวบ้านเข้าใจ ไม่ให้รู้สึกว่าเราเรื่องมาก และเหยียดอาหารการกินของเขา และก็พลันคิดว่าเราจะอยู่จนครบ 7 เดือนไหมนี่?

กาลครั้งหนึ่งบัณฑิตเจอดี-พื้นที่สีแดง

ตอนจบของเรื่องนี้บัณฑิตก็สามารถใช้ชีวิตครบ 7 เดือน โดยการค่อยๆเรียนรู้ร่วมกับชาวบ้าน บัณฑิตไม่ใช่เพียงแค่เป็น “บัณฑิตอาสา” ในนิยามของผู้จบการศึกษามาสั่งสอนหรือมาช่วยเหลืออะไรแก่ชาวบ้านในชุมชน

วันแรกเมื่อลงพื้นที่ภาคสนาม

วันที่ 11 พ.ย 61 เป็นวันที่ท้าทายอีกครั้งในชีวิตเป็นครั้งแรกของหลายๆ อย่าง ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกด้วยตัวคนเดียว โดยมีพี่ชาย (วัย 37 ) คอยแนะนำไม่ห่าง เป็นอะไรที่ไม่เคยมาก่อนและเป็นความท้าทายที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ในการหาประสบการณ์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ตามหาในสิ่งที่คิดว่ายังไม่พบ หาในสิ่งที่ไม่มีวางขาย

ความเงียบที่ฉันกลัว

ตลอดเส้นทางฉันคุยกับพ่อของณเดชเรื่องบริการสาธารณสุข สรุปได้ว่าพวกเขาผิดเองที่อยู่บนดอยการเดินทางจึงลำบาก แต่ในความคิดของฉันทำไมฉันเองกลับโทษว่าผิดที่ระบบบริการที่ไม่เอื้อต่อชาวบ้านเอาซะเลย ทั้งๆ ที่รพ.สต. อยู่ใกล้แค่นี้

เรื่องที่ไม่เคยลืม ในวันสุดท้ายก่อนออกจากพื้นที่

วันสุดท้ายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ผมใช้เวลาทั้งวันเดินไปคุยกับชาวบ้านทุกหลัง เพื่อร่ำลาพวกเขาจนถึงเวลาช่วงบ่ายแก่ๆใจหนึ่งดีใจที่ได้กลับบ้านแล้ว กลับมาอยู่แบบชีวิตคนเมืองหลวงที่มีที่อยู่ที่กินสบาย ๆ อีกมุมหนึ่งก็อดคิดถึงวันเก่า ๆ ที่อยู่ที่นี่มาหลายเดือน คิดถึงมิตรภาพจองผู้คนที่นี่ รวมไปถึงการคิดต่อว่า จะมีทางไหนไหมที่คุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านนี้จะดีขึ้น

1 2 3 4