บอ. ต่างเชื้อชาติพันธุ์ (ตอนที่ 1)

สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณมากๆ ที่คุณได้สละเวลา อันมีค่าของคุณ อ่านเรื่องราวของผม “เรื่องราวบอ. ต่างเชื้อชาติพันธุ์”
ผมขอแนะนำตัวครับ ผมชื่อนายสักไช บุบผาไกสอน เป็นคนลาว เชื้อชาติลาว 100% ผมมาจากชนบทแห่งหนึ่งในลาว ถ้าเทียบกับไทยคงเป็นชนบทคล้ายกับเขตอีสานโซนบึงกาฬเมื่อ 20 ปีย้อนหลัง

ครอบครัวผมทำนาเป็นอาชีพ มีการสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ในครอบครัวมีกันทั้งหมด 7 คน ผมเป็นลูกคนที่ 2 จากสภาพลักษณะครอบครัว

เป็นสาเหตุทำให้ผมทบทวน คิดหลายครั้ง ว่าจะทำยังไงดีกับการเรียนของตัวเอง ในขณะที่ผมพึ่งเรียนจบชั้นมัธยมตอนปลาย ผมใคร่ครวญหลายครั้ง ว่าจะไปต่อ หรือจะหยุดแค่นี้ มองกลับไปที่ครอบครัว และ ดูอนาคตข้างหน้า ถ้าเราจะเรียนต่อ พ่อแม่จะหาเงินจากที่ไหน เป็นค่าเทอมให้กับเรา ทั้งๆ ที่พ่อแม่ก็มีภาระมากต้องส่งเสียน้องอีก 2 คน ด้วยการดำรงชีพที่หาเช้ากินค่ำ กับการทำนาเป็นหลัก ซึ่งเสร็จจากฤดูการทำนา ที่ใช้เวลาเกือบ 8 เดือน ก็ต้องไปหารับจ้าง เลี้ยงสัตว์ เพื่อเก็บเงินใช้จ่ายภายในครอบครัว ด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดทบทวนซ้ำๆ หลายครั้ง

จนมานั่งมองคิดภาพจากพื้นฐานความจริงตัวเอง ว่าครอบครัวเราอยู่จุดไหนของสถานะสังคม เราเคยทำ เคยพบเจอกับอะไรมาแล้วบ้าง และ อะไรคือสิงที่ เป็นจุดดี และ จุดอ่อน เมื่อคิดแบบนี้ผมโล่งใจมาทันทีเลย จุดดีเรามี และ มันดีมากเพราะเราอยู่กับสิ่งนี้มา สิบกว่าปีแล้วอยู่กับความลำบาก และ ถ้าเราจะลำบากอีกต่อไป คงไม่เป็นปัญหา จากวันนั้น เมื่อผมคิดได้ในสิ่งทีมีคือความลำบากในการใช้ชีวิตอยู่แล้ว ผมจะกว่าลำบากอีกทำไม และ นั้นคือสิ่งที่ผมคิดได้ในขณะนั้น และ ตัดสินใจพร้อมที่จะเรียนต่อ มีปัญหาต้องมีทางออกอยู่เสมอ จากผลของความลำบากได้ส่งผลทำให้ผมกลายเป็นคนที่ ไม่กลัวที่จะลำบาก และ ได้กลายเป็นการสร้างความอดทน มีความกล้า กล้าที่จะทำอะไร โดยไม่เกรงกลัวอุปสรรค ผมตัดสินใจได้เลยว่า ผมจะมุ่งหน้า สานความฝันของผม นั่นก็คือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ผมได้สอบติด ในคณะวิทยาศาสตร์ป่าไม้ และ เป็นหลักสูตรการเรียน 5 ปี และ ผมก็ได้เรียนจบในหลักสูตรนี้ ต้องบอกว่าภาคภูมิใจมากกับสิ่งที่เราทำได้ด้วยตัวเราเอง

ผมมีเป้าหมายเพียง “คุณจงจำไว้เสมอ เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นอะไรได้ด้วยตัวเราเอง”

ผมขอโทษอีกครั้งที่ต้องกล่าวถึงเรื่องราวที่มาของผม ว่ามีต้นกำเนิดมาจากไหน อยู่ในสถานะไหน แต่ผมก็สามารถเรียนได้ และ ทำมันได้ดี ดังนั้นมันไม่สำคัญว่าเราจะมาจากไหนอย่างไร เพราะเราทุกคนก็สามารถกำหนดชะตาชีวิดตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนมีฐานะหรือเป็นลูกหลานใครแต่สิ่งที่สำคัญ ทุกคนที่จะเรียนบอ. คือคนที่ต้องรัก ในการเป็นบอ. รักในการทำงานจิตอาสา รักในวิชาความรู้ของหลักสูตรนี้ และพร้อมที่จะเรียนรู้มันด้วยใจ และ ถ้าคุณรักที่จะเรียนในหลักสูตรนี้ คุณจงทำให้ไปถึงจุดหมาย และ ในเมื่อวันนั้นมาถึงคุณจะได้รู้ถึงความภาคภูมิใจ ซึ่งคุณต้องสัมผัสด้วยตัวของคุณเอง

จากการตัดสินใจของผม ในครั้งนั้นได้ทำให้ผมได้รับ โอกาส ที่ดีมากหลังเรียนจบปริญญาตรี ผมได้เป็นตัวแทนของนักศึกษาลาว จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ได้รับทุนมาเรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตอาสาสมัคร ของวิทยาลัยพัฒนาศาสตร์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ เป็นนักศึกษารุ่นที่ 48  หรือเรียกกันในนาม  “บอ-ออ”ที่คุ้นหูในแวดวงการพัฒนา

โปรดติดตามในตอนที่ 2

เรื่อง : สักไซ บุปผาไกสอน  บัณฑิตอาสาสมัครรุ่นที่ 48 ปฏิบัติงานภาคสนามในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ภาพ: สักไซ บุปผาไกสอน / NOBODYKNOWS